WILLIAM J. MORIARTY

WILLIAM J. MORIARTYWILLIAM J. MORIARTYWILLIAM J. MORIARTY

WILLIAM J. MORIARTY

WILLIAM J. MORIARTYWILLIAM J. MORIARTYWILLIAM J. MORIARTY
  • ลงชื่อเข้าใช้งาน
  • สร้างบัญชี

  • บัญชีของฉัน
  • ลงชื่อเข้าใช้ในฐานะ:

  • filler@godaddy.com


  • บัญชีของฉัน
  • ลงชื่อออก

ลงชื่อเข้าใช้ในฐานะ:

filler@godaddy.com

  • HOME
  • PROFILE
  • OFFICIAL SITE
  • ABOUT ME
  • TALK TO ME
  • ETIQUETTE RULES
  • SPECIAL VIDEO
  • BLOG

บัญชี


  • บัญชีของฉัน
  • ลงชื่อออก


  • ลงชื่อเข้าใช้งาน
  • บัญชีของฉัน

Q. แนะนำตนเอง

"วิลเลียม เจมส์ มอริอาร์ตี้" ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้พบครับ— ก่อนอื่นคงจะต้องขออนุญาตวางบทละครลงสักครึ่งหนึ่ง แล้วมาให้สัมภาษณ์ลงบนหน้าหนังสือพิมพ์กันเถอะ... นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำหลังจากนี้ครับ

Q. บทบาทของ "วิลเลียม เจมส์ มอริอาร์ตี้"

ค่อนข้างซับซ้อนและเป็นบทบาทที่อยู่ในระดับยากพอสมควรครับ ด้วยความที่พล็อตเรื่องเป็นเซตติ้งทางจักรวรรดิอังกฤษของช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ดังนั้นสิ่งที่ต้องแยกแยะออกจากกันคือ "กลิ่นอายความเป็นยุโรปที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น" แม้ว่าต้นฉบับมังงะจะมาจากญี่ปุ่นก็ตาม... ในทางกลับกันมังงะเรื่องนี้ก็มีต้นฉบับอ้างอิงมาจากนวนิยายสืบสวนชื่อดังอย่าง "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" ของ "เซอร์ อาร์เธอร์ อิกเนเชียส โคนัน ดอยล์" ด้วย— ภาพจำระหว่างนวนิยายต้นฉบับและต้นฉบับใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจึงมีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน


สิ่งที่ยากรองลงมาคือลักษณะของตัวละคร— ด้วยความที่เป็นคนอัจฉริยะ มีไหวพริบในการแก้ปัญหาที่เฉียบคม อ่านและมองตัวบุคคลรวมทั้งแผนการทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เป็นนักวางแผนการที่ฉลาดหลักแหลม มีความคิดสุดโต่งในหลายๆ ด้าน นั่นคือเล่ห์เหลี่ยมในฐานะของ "อาชญากร" ในขณะเดียวกันก็ต้องสวมหน้ากากแสดงเป็นขุนนางที่มีอาชีพเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ มีบุคลิกลักษณะที่อ่อนโยน สุขุมไปพร้อมๆ กัน— หรือก็คือเป็นแค่บุคคลที่มีอาชีพธรรมดาทั่วไป ดังนั้นการแสดงออกเพื่อสื่อสารให้ผู้ชมนั้นเข้าใจตัวตนเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ยากครับ... ต้องกลายเป็นกระจกที่มากกว่า 2 ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าแบ่งความบาลานซ์ไม่ดีก็จะกลายเป็นคนอื่นไป ดังนั้น "ต้องไม่เป็นตนเองและไม่เป็นคนอื่น"

Q. ส่วนที่ยากของการแสดง

การเข้าถึงตัวตนและอารมณ์ของบทบาทน่าจะเป็นส่วนที่ยากที่สุด สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือจะทำให้ผู้ชมรับรู้ความรู้สึกที่เรากำลังจะสื่อได้อย่างไร... เอกลักษณ์ของการเป็นนักแสดงบนเวทีไม่ว่าจะเวทีไหนก็ตาม นั่นคือเราไม่สามารถทิ้งบทบาทใดบทบาทหนึ่งที่เป็นตัวตนของตัวละครนั้นได้ เวทีที่มองเห็นได้แค่ด้านเดียวเป็นสิ่งที่ท้าทายมากๆ สำหรับการแสดงครับ— เปรียบเสมือนเราทำการแสดงอยู่บนแผ่นกระดาษ แค่ไม่ต้องลงแรงวิ่งสับเปลี่ยนฉากไปมาเหมือนกับละครเวที แต่ใช้แรงใจอย่างมากในการพัฒนาการแสดงต่อไปเรื่อยๆ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ชมจะได้ชมบทบาทนั้นมาก่อนหน้านี้หรือไม่ จะเข้าใจตัวตนของบทบาทนั้นได้ในระดับไหน ทว่า— ตัวของนักแสดงต้องเชื่อในบทบาทนั้นๆ ก่อนจึงจะสามารถทำการแสดงออกมาได้ ...เชื่อในความเป็น "เขา"


อีกหนึ่งสิ่งของการแสดงคือ "สีหน้าและแววตา" แต่เวทีบนแผ่นกระดาษไม่สามารถแสดงออกแบบนั้นได้ครับ— การที่ผู้ชมจะรับรู้ว่านักแสดงกำลังจะสื่ออะไรนั้นจำเป็นต้องดูที่สีหน้าและแววตาเป็นหลัก หากนักแสดงสามารถจับบทบาทได้ลึกซึ้งและแสดงมันออกทางแววตา มันก็จะเป็นสิ่งที่สื่อสารความรู้สึกต่างๆ ออกมาได้ดีที่สุด ดังนั้นผมจึงเบนเข็มไปที่การแสดงออกทางการบรรยายลักษณะบุคลิกแทนการแสดงสีหน้าและแววตา

Q. การเลือกบทบาท

นักแสดงอาจจะมีแรงบันดาลใจในการเลือกสรรค์แตกต่างกันไป... มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ— แต่ถ้าพูดถึงสาเหตุหรือคำว่าทำไม? เพราะอะไร? อย่างแรกคงเป็นภาพรวมของเรื่องและบทบาทที่อ้างอิงมาจากนวนิยายสืบสวนชื่อดังอย่าง "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" ทว่าสาเหตุอีกหนึ่งคงเพราะ "คล้ายตนเอง" ในระดับหนึ่งครับ— ตัวผมเองก็มีความเป็นอาชญากรในส่วนลึกๆ อยู่เหมือนกัน ไม่สิ... มนุษย์ทุกคนมีความเป็นอาชญากรอยู่แล้ว ในทางกลับกันก็ไม่ได้ทอดทิ้งความเป็นจริงของโลกใบนี้ การเลือกสิ่งที่ใกล้ตัวนั้นจะทำให้ไม่ต้องแบกภาระที่หนักจนเกินไปในฐานะนักแสดง ถ้ายิ่งมีความรู้สึกที่มากกว่าการชอบนั่นยิ่งช่วยให้สามารถทุ่มเทการแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ เข้าถึงตัวตนของบทบาทได้ง่ายมากขึ้น


อีกหนึ่งสาเหตุก็คือ การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้เล่าผ่านมุมมองความคิดของ "ตัวร้าย" ซึ่งผมคิดว่ามันน่าสนใจและแตกแขนงออกไปจากต้นฉบับนวนิยาย— หากมองให้ลึกลงไปด้วยการวิเคราะห์สภาพจิตใจของอาชญากร เราจะเห็นได้ว่าอาชญากรหลายคนก็ไม่ได้อยากจะเป็นอาชญากรแต่เพราะมีความจำเป็นบังคับ สภาพแวดล้อมรอบตัวทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นแบบนั้น... 


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า— ผมจะสนับสนุนให้ทุกคนกลายเป็นอาชญากร ในทางศีลธรรมกับความเป็นจริงแล้ว คนที่ทำความผิดก็คือ "คนร้าย" ไม่ว่าเขาจะลงมือด้วยเหตุจำเป็นใดก็ตาม มันคือคำตัดสินพิพากษาของมนุษย์บนโลกใบนี้ 

Q. วิธีการแสดง

ถ้าพูดตามความจริงแล้วส่วนใหญ่ในหลายๆ เรื่องมักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากมังงะเป็นหลัก ไม่ว่าจะอนิเมะหรือมังงะถูกเผยแพร่ก่อนก็ตาม แต่โดยส่วนตัวแล้วผมจะเริ่มต้นจากการอ่านมังงะก่อนครับ— 


ก่อนจะมาเป็นนักแสดงเบื้องหลังของ "Moriarty the Patriot" ในช่วงนั้นจะมีมังงะเล่มแปลลิขสิทธิ์อยู่ทั้งหมด 5 เล่ม (เล่ม 1-5) ผมจึงใช้มังงะนั้นเพื่อดูการใช้คำเรียกต่างๆ แล้วจึงรอเวลาทางด้านอนิเมะฉายเพื่อเก็บรายละเอียดจากโทนเสียงพากย์ จากนั้นนำมาผสมผสานกับรายละเอียดในมังงะครับ— ซึ่งสุดท้ายการตกผลึกจะเป็นการมองภาพรวมทั้งหมดแล้วนำมาสร้างเป็นตัวตนในภาพลักษณ์ของนักแสดงออกมาอีกครั้ง... ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการพัฒนาตัวละคร บทบาท ไปพร้อมๆ กับมังงะ/อนิเมะที่เผยแพร่เป็นปัจจุบัน


ในส่วนของรายละเอียด— ผมแบ่งตัวตนต่างๆ ของตัวละครออกเป็นรายย่อยตามที่ได้เห็นกันแล้ว โดยแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ คือ เบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมทั้งตัวตนในวัยเยาว์ ซึ่งจากหัวข้อเหล่านั้น... ผมได้แบ่งคัดแยกตัวตนย่อยออกไปอีกในหลายมุมมองตามที่บทประพันธ์ได้สรรค์สร้างขึ้นมา ทั้งบุคลิก การแสดงออก คำพูด ลักษณะเด่นของตัวตนนั้นๆ "ตัวตนทั้งหมดที่รวมกันเป็น วิลเลียม เจมส์ มอริอาร์ตี้" หรือจะพูดอย่างง่ายคือ หนึ่งตัวตนที่มีหลากหลายหน้ากากแตกต่างกันไป


และหากมองตามเนื้อเรื่องในมังงะโดยละเอียดแล้วจะพบว่า— มีบางมุมของตัวละครที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้เพียงแค่บทสนทนาเล็กๆ หรือแม้แต่บทพิเศษของ OMAKE ท้ายเล่ม รวมไปถึงบทพิเศษต่างๆ ผมจึงนำบุคลิกส่วนนั้นมาใช้สร้างสีสันเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ทุกอย่างเป็นเส้นตรงจนเกินไปแต่ต้องมองแล้วเป็นบทบาทของตนเอง— นอกเหนือจากนี้คือการผสมผสานเรื่องราวไปกับสถานการณ์ปัจจุบันครับ หลักๆ ก็คือสถานการณ์ทางการเมือง สภาพทางสังคม รวมทั้งเรื่องทั่วไป หรือก็คือการดัดแปลงให้ควบคู่ไปกับมอริอาร์ตี้โดยที่ทำให้ทุกอย่างดูสอดคล้องกัน

Q. ปัญหาอุปสรรคที่เคยพบ

ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยพบเจอปัญหาคล้ายๆ กันบนเวทีการแสดง ในช่วงแรกนั้นไม่มีใครที่พอจะ

รับ-ส่งบทบาทหรือสนทนาระหว่างกันได้ครับ— ผมจึงจำเป็นจะต้องสร้างสถานการณ์และบุคคลขึ้นมาเอง โดยอาศัยการบรรยายเล่าเรื่องราวแทนการสนทนาระหว่างบุคคล ...และต่อมาคงจะเป็นปัญหาสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว มีทั้งเรื่องที่หนักและเบาแตกต่างกันไป ทั้งเรื่องเดิมๆ เรื่องแปลกใหม่ ใกล้ตัวและไกลตัว แต่สิ่งเหล่านั้นต้องยอมรับว่าทำให้เกิดการบั่นทอนจิตใจไม่น้อยเลยครับ— ถึงขั้นหมดความเชื่อมั่นและปฏิเสธที่จะได้รับการชื่นชมเพราะคิดว่า "ไม่สมควร" ได้รับ โยนโอกาสที่ดีๆ ทิ้งไป หรือแม้แต่การขยับตัวเพียงน้อยนิดจะถูกบัญญติด้วยคำว่า "ผิด" การหายใจที่เปรียบเสมือนหยิบยืมลมหายใจของผู้อื่นมาโดยไม่ได้ร้องขอและโดยที่ตัวเองนั้นก็สามารถหายใจได้อยู่แล้วค่อนข้างจะรู้สึกอึดอัดไปสักหน่อย บางทีคำๆ นั้นมันอาจจะไม่มีเนื้อหาอยู่เป็นเพียงความว่างเปล่าที่ถูกหยิบยื่นมา ผมเคยสงสัยมันแบบนั้นนะ— เพราะการมายืนบนเวทีการแสดงผมได้ตีกรอบขอบเขตของตนเองเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก ไม่ใช่มายืนบนเวทีโดยที่ไม่ได้พิจารณาไตร่ตรองมาก่อน แต่ทว่าทั้งหมดนั่นมันรู้สึกแย่นะครับที่ความเชื่อใจตัวเองหล่นหายไป...

Q. พูดอะไรถึง "วิลเลียม เจมส์ มอริอาร์ตี้"

อืม— "ความรู้สึกทั้งหมดนั่น ฉันเข้าใจ" สำหรับผมแล้ว... วิลเลียมก็เปรียบเสมือนกระจกหนึ่งบานที่สะท้อนถึงความเป็นผมได้เช่นกัน อาจจะไม่ได้สุดโต่งเท่า แต่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ ความคิดผมเข้าใจได้ มันไม่ยากที่จะค้นหาคำตอบว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงตัดสินใจแบบนี้ มนุษย์ทุกคนไม่ได้ยืนอยู่บนกระดาษที่มีแต่สีขาวครับ— เพียงแต่พยายามจะทำให้ตัวเองดูขาวสะอาดแทนที่จะใช้สีดำเท่านั้นเอง ผมรู้ว่าทำไมวิลเลียมถึงได้รู้สึกสิ้นหวังขนาดนั้น รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกโดดเดี่ยว... รวมทั้งการที่เป็นคนอัจฉริยะ มีสมองที่ไม่ได้เหมือนคนอื่นมันทำให้รู้สึกว้าเหว่ อาจจะมีผู้คนอยู่รายล้อมก็จริงแต่คนที่เข้าใจถึงตัวตนของตนเองจริงๆ นั้นกลับไม่มีเลย ดังนั้นเมื่อได้พบกับ "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" จึงเกิดความรู้สึกที่ว่าได้เจอเพื่อนที่เข้าใจตนเองมากกว่าคนอื่น ถ้าไม่ได้อยู่ในสถานะของนักสืบและอาชญากรก็คงจะกลายเป็นเพื่อนรักกันอย่างแน่นอน


"วิลเลียม" โดยเนื้อแท้แล้วไม่ได้เป็นคนที่โหดเหี้ยม แต่กลับเป็นคนที่อ่อนโยน ยิ้มง่าย เป็นพี่ชายที่ช่วยเหลือและรักน้องชายอย่างดี ชอบยื่นมือเข้าไปช่วยผู้อื่นถ้าความสามารถของเขาเป็นสิ่งที่จะช่วยได้ ช่วยได้เท่าไหร่ก็จะช่วย แม้ช่วงเวลาหนึ่งจะทำเพื่อแลกกับเงินหรืออาหารการกินก็ตาม— เขาจริงใจกับพวกพ้องที่เป็นครอบครัวของตนเองแม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน และโชคดีมากที่ผู้คนเหล่านั้นก็ไม่ได้ทอดทิ้งวิลเลียม แต่กลับให้ความเคารพ นับถือ และความรักอย่างดีเช่นกัน...


แต่สุดท้าย— การที่สูญเสียสิ่งสำคัญไปมันอาจจะทำให้มนุษย์ละทิ้งตัวตนของตัวเองได้ แบกความทุกข์และจมดิ่งไปพร้อมกับมันในที่สุด ทว่าก็มีอีกหนึ่งประโยคที่ผมอยากจะบอกกับวิลเลียมด้วย "ขอบคุณมาก ถ้าไม่มีนายก็คงไม่มีตัวฉันในวันนี้"

Q. อะไรคือความเป็น "Moriarty the Patriot"

ถ้าพูดถึง "Moriarty the Patriot" สิ่งที่นึกถึงคงจะเป็น "ตัวร้าย" ครับ— มอริอาร์ตี้เป็นการวางพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ จุดเด่นจะเป็นเรื่องของการนำเสนอแนวความคิดผ่านความเป็น "ตัวร้าย" ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ ในมุมนี้เราแทบจะไม่ทราบเลยว่าสิ่งที่อาชญากรได้กระทำลงไปมีสาเหตุมาจากอะไร แต่มอริอาร์ตี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสภาพความเป็นอยู่ในสังคมและประเทศ อีกทั้งเป็นการนำเอาตัวเอกจากหลายเนื้อเรื่องมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวมากๆ— ตัวละครทั้งหมดต่างมีภูมิหลัง ความเชื่อมโยงจนนำพาไปสู่อุดมการณ์เดียวกัน ต่างมีความสามารถที่ช่วยซัพพอร์ตให้อีกฝ่ายปฏิบัติแผนการได้สำเร็จโดยมีการวางแผนทุกอย่างอย่างสมบูรณ์แบบ ผมว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะรวบรวมสิ่งต่างๆ สื่อออกมาได้ลงตัวขนาดนี้ ค่อนข้างชื่นชมในไอเดียความคิดของผู้เขียนมากครับ


และสิ่งที่จะลืมไปไม่ได้ของ "Moriarty the Patriot" พวกเขาไม่ใช่ฮีโร่หรือโรบินฮู้ดผู้ผดุงความยุติธรรม กำจัดคนชั่วช้าให้หมดไปจากประเทศ ทว่า— มอริอาร์ตี้เป็นตัวแทนของอาชญากรที่เลือกใช้วิธีการนอกกติกาเพื่อกำจัดความชั่วช้าสามานย์ โดยสร้างเวทีอาชญากรรมที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะยอมรับได้ อาทิ การใช้คนชั่วเป็นเหยื่อล่อให้คนชั่วด้วยกันเอง หากเป็นมนุษย์ทั่วไปก็คงไม่ใช้มนุษย์ด้วยกันเองเป็นอาวุธ แต่สำหรับมอริอาร์ตี้แล้ว— คนชั่วที่จะตายไปอย่างสูญเปล่าสู้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นเหยื่อแทนอาวุธชั้นดีนั่นย่อมดีกว่า... "เป็นการใช้ความชั่วร้ายที่มากกว่ากำจัดความชั่ว" ไม่ได้มองแค่ขั้นแรกของแผนการหรือองค์ประกอบชั้นเดียว แต่มองขั้นที่สอง สาม สี่ และองค์ประกอบของความเป็นจริงที่มีหลากหลายปัจจัย เพราะแบบนั้นองค์กรจ้าวอาชญากรรมจึงสมยอมที่จะรับบทเป็น "อาชญากร" ตั้งแต่แรก— 

Q. ได้อะไรจากการแสดง

หลักๆ คงเป็น "บทเรียน" ครับ— บทเรียนที่มีทั้งความหนักหน่วงและเบาบาง สิ่งที่เป็นทั้งตัวชี้วัดและการทดสอบในหลายๆ อย่างเพื่อการตัดสินใจ จะพลิกแพลงไปตามสถานการณ์นั้นๆ หรือปล่อยให้มันลอยหายไปโดยที่ไม่ทำอะไร... จะอดทนต่อหรือหมดความอดทน


และสิ่งที่ได้รับมาอีกอย่างก็คือ "พี่น้องและมิตรภาพ" มันค่อนข้างน่าแปลกใจและน่าเหลือเชื่อสักหน่อย บทบาทที่ควรจะมีแค่ในบทประพันธ์แต่กลับได้สัมผัสมันจริงๆ— พี่น้องที่คอยประคับประคอง เพื่อนที่แทบไม่ได้พูดอะไรก็เข้าใจกันได้ มิตรภาพที่เกิดขึ้นจากผู้คนรอบข้างคอยห่วงใย พวกเราสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กันและกัน ปรึกษาและถามไถ่เวลาที่เห็นอีกคนกำลังล้ม จนอยากจะกล่าวขอบคุณหลายๆ ครั้ง ผมคิดว่ามันรู้สึกดีนะที่ได้รับสิ่งเหล่านี้มา... 

Q. พูดอะไรถึงผู้ชม

ไม่ว่าพวกคุณจะมองเห็นการแสดงของผมหรือไม่ จะรับรู้หรือไม่ จะชื่นชอบ เกลียดชัง สนับสนุน ปลื้มปิติ ยินดี หรืออะไรก็ตาม... ทั้งหมดที่ผ่านมานี้เป็นการแสดงที่ผมจะมอบให้พวกคุณได้ ตัวตนของ "วิลเลียม เจมส์ มอริอาร์ตี้" ที่ผมได้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง— การโลดแล่นอยู่บนเวทีไปพร้อมกับบทประพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ผมไม่หวังให้คุณมองเห็นเช่นเดียวกัน รู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่ต้องคล้อยตาม พวกคุณจะเดินเข้ามาหรือเดินจากไป จะยังอยู่เคียงข้างหรือหันหลังให้ ผมจะปล่อยให้ทุกอย่างกลายเป็นกระดาษเปล่าที่พร้อมจะแต่งแต้มและค้นหาคำตอบต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ากระดาษแผ่นนั้นจะถูกฉีกขาด...

Q. อะไรคือความสำเร็จที่ได้รับ

ถ้าหากเอ่ยตนว่า "นักแสดง" จะเป็นเวทีแบบไหนก็ตาม การถูกจดจำในบทบาทที่เป็นนับเป็นความสำเร็จในสิ่งที่เลือกทำครับ สำหรับผมคิดว่ามันเป็นแบบนั้น— คงจะไม่มีอะไรรู้สึกดีไปกว่า... มีผู้คนมากมายจดจำเราได้จากบทบาทการแสดงที่เราได้สื่อสารถ่ายทอดออกไป ไม่ใช่ความฉาบฉวยแต่เป็นการทุ่มเททุกสิ่งที่ทำได้บนเวที


ในฐานะของนักแสดงแล้ว— การวิเคราะห์ศึกษาตัวละครไปจนกระทั่งบทบาทที่เล่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งถึงจะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ผมจึงเคารพชื่นชมในความทุ่มเทและความพยายามของนักแสดงคนอื่นๆ ที่พวกเขาตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่จริงๆ —เป็นความใส่ใจที่มองเห็นได้ในการแสดงบทบาทมากกว่านักแสดงที่ตีกรอบแค่เพียงชื่อบทละคร แต่แสดงอย่างฉาบฉวย ทำเพื่อให้มันผ่านๆ ไป  

Q. ฝากคำพูดปิดท้าย

การที่ได้ก้าวเข้ามายืนอยู่บนเวทีมันทำให้รู้สึกสนุกและอยู่ในจินตนาการที่อาจจะไม่สามารถพบเจอกับชีวิตจริงได้ในบางกรณี— ผมได้ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทประพันธ์และบทละครที่มีไปกับตัวเอก ถึงแม้จะไม่โดดเด่นเท่าละครเวที ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยดวงตา ทว่าสิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นหน้ากระดาษไม่กี่แผ่นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวของผมเอง...


เวทีละครจะยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบได้จำเป็นต้องมีนักแสดงและผู้ชมเคียงข้างกันไป เบื้องหลังเพียงเล็กน้อยนี้อาจจะเป็นเศษเสี้ยวของผลึกอีกด้านหนึ่งของนักแสดงที่ไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทว่า— ก็อยากให้มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น ถ้าคุณพร้อมจะมองดูการแสดง ผมก็พร้อมจะยืนอยู่บนเวทีนั้นเพื่อทำการแสดงที่สมบูณ์แบบ มาสนุกไปด้วยกันให้มากขึ้นกว่านี้เถอะครับ...


"Moriarty the Patriot" เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรักมากและพอที่จะทุ่มเทให้กับการแสดงได้อย่างเต็มที่ เมื่อได้จับขึ้นมาอ่านก็ยากที่จะวางมันลง หรือเมื่อใดที่มีตอนใหม่ถ้าได้อ่านก็จะรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกน่าสนใจทุกครั้ง—  ดีจริงๆ ที่มีโอกาสได้รู้จัก


และสุดท้าย... ขอบคุณการแสดงและบทที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้ได้เรียนรู้บทเรียนมากมาย มีทั้งความทรงจำที่ดีและสิ่งที่ควรจะลืมเลือน ..."ขอบคุณมากครับ"

Copyright ©2023 William J. Moriarty 


ขับเคลื่อนโดย